Posted by: iamipew | กันยายน 5, 2007

จุดเปลี่ยนของ DRM?

จุดเปลี่ยนของ DRM?
ศุกร์, 20 เมษายน 2007

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ 

            ผมยังพอจำสมัยที่เราไปเช่าวิดีโอตามร้านแล้วถามพนักงานว่า "ม้วนมาสเตอร์หรือเปล่า" ได้ สื่ออนาล็อกแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็นเทปคาสเซ็ตหรือวิดีโอเทปมีจุดอ่อนในเรื่องการทำซ้ำที่คุณภาพจะลดลงไปเรื่อยๆ ตามจำนวนก็อปปี้ ซึ่งตรงนี้เป็นอีกเหตุผลหลักที่ทำให้สื่อดิจิทัลเข้ามากลืนตลาดไปจนหมด เนื่องจากข้อดีในการทำซ้ำได้อย่างไม่จำกัด คุณภาพคงเดิม และราคาที่ถูกเหลือหลาย

        อย่างไรก็ตามเหรียญมักจะมีสองด้านเสมอ ข้อดีในการทำซ้ำของสื่อดิจิทัลช่วยให้การละเมิดลิขสิทธิ์ทำได้ง่ายมากขึ้นเช่นกัน บรรดาค่ายเพลง ค่ายหนังทั้งหลายจึงต้องสรรหาวิธีการที่จะมาปกป้อง "ทรัพย์สิน" ของพวกเค้าเอาไว้ให้กับกลุ่มคนที่พวกเขาต้องการ (ลูกค้าตัวจริงที่จ่ายเงินซื้อ) และวิธีการเหล่านี้เองมีชื่อเรียกรวมๆ ว่า Digital Right Management หรือ DRM

        ถึงแม้ชื่ออาจจะฟังไม่คุ้นหูสักนิด แต่ในความเป็นจริงเราคุ้นเคยกับ DRM กันมาได้ซักพักแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ region code ของดีวีดีหรือเรียกกันภาษาปากว่า "โซน"

        ดีวีดีถือเป็นแผ่นดิสก์แบบดิจิทัลยุคที่สองถัดจากซีดี/วีซีดี นอกจากจะมีความจุเพิ่มมากขึ้นแล้ว ดีวีดียังถูกออกแบบมาให้มีระบบป้องกันเนื้อหาภายในแผ่นตั้งแต่แรก ทางสมาคมดีวีดีได้ใส่ระบบป้องกัน 2 แบบเข้ามาในการเล่นแผ่นด้วย ซึ่งก็คือการแบ่งโซนของแผ่น (region code) และการเข้ารหัสเนื้อหา (content scrambling)

        แนวคิดการแบ่งโซนเกิดจากการวางจำหน่ายภาพยนตร์ของแต่ละประเทศที่ไม่พร้อมกัน รวมไปถึงราคาของแผ่นดิสก์ที่แปรผันตามค่าครองชีพ สมาคมดีวีดีจึงปิดทางของพ่อค้าหัวใสที่เตรียมนำดีวีดีจากประเทศที่ราคาถูกกว่าไปขายในประเทศอื่น จึงแบ่งภูมิภาคต่างๆ ในโลกออกเป็น 6 ส่วน และกำหนดให้ผู้ผลิตเครื่องเล่นดีวีดีสร้างเครื่องเล่นที่ใช้ได้กับแผ่นในโซนเดียวกันเท่านั้น ระบบแบ่งโซนใช้ได้ผลในช่วงแรก แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวเนื่องจากการวางจำหน่ายเครื่องเล่นดีวีดีราคาถูกที่เล่นได้ทุกโซน

        ส่วนระบบเข้ารหัสเนื้อหา (มีชื่อเป็นทางการว่า Content Scrambling System หรือ CSS) แผ่นดีวีดีทุกแผ่นจะถูกเข้ารหัสมาตั้งแต่แรก และสมาคมดีวีดีจะขายกุญแจถอดรหัสให้กับบริษัทผลิตเครื่องเล่นที่เชื่อใจได้เท่านั้น วิธีนี้ก็ล้มเหลวอีกเช่นกันเพราะมีแฮกเกอร์สามารถแกะกุญแจออกมาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตได้ ในชื่อ DeCSS (ตั้งชื่อล้อกับ CSS)

        นอกจากดีวีดีแล้ว ระบบ DRM อื่นๆ ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • – เพลงที่ขายแบบออนไลน์ผ่านร้าน iTunes Store ของแอปเปิล ใช้ระบบ DRM ที่ชื่อว่า FairPlay จำกัดให้เพลงเหล่านี้ใช้ได้กับเครื่องเล่น iPod เท่านั้น และจำกัดจำนวนครั้งในการทำซ้ำ
  • – เพลงออนไลน์ที่เป็นฟอร์แมต Windows Media ของไมโครซอฟท์ (เช่นที่ขายบน Napster) มีระบบ DRM คล้ายคลึงกับ FairPlay ชื่อ PlayForSure
  • – ซีดีเพลงของ Sony Music/BMG จะติดตั้งโปรแกรมป้องกันการก็อปปี้ลงในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า นี่จึงกลายเป็นคดีสำคัญที่เรียกกันว่า Sony Rootkit ผลจบลงด้วย Sony Music ยอมเปลี่ยนแผ่นคืนให้ทั้งหมด และชดเชยค่าเสียสายอีกมหาศาล ในบ้านเรามีกรณีคล้ายคลึงกันจากวีซีดีหนังไทยเรื่องหนึ่ง
  • – แผ่นดิสก์ยุคต่อไปอย่าง Blu-ray และ HD DVD มีระบบเข้ารหัสที่พัฒนาต่อจาก CSS ในชื่อ "Advanced Access Content System" หรือ AACS รวมไปถึงระบบลดคุณภาพของภาพถ้าเล่นด้วยเครื่องเล่นที่ไม่มีระบบป้องกันพิเศษ HDCP

        ระบบ DRM ในดีวีดีแสดงให้เราเห็นแล้วว่าไม่สามารถป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ (ล่าสุดระบบ AACS ถูกแกะได้สำเร็จแล้ว) DRM ยังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากลูกค้าตัวจริงที่เสียเงินซื้อแผ่นไปว่าเป็นการจำกัดสิทธิ์ของพวกเข้าด้วย เพราะไม่สามารถทำสำเนาแผ่นกันเสียหายลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเอง มีแคมเปญต่อต้าน DRM ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก รวมถึงการผลักดันกฎหมายต่อต้าน DRM ทั้งในสหรัฐและยุโรป

        เมื่อโดนกดดันหนักเข้า อุตสาหกรรมหนังและเพลงจึงเริ่มกลับมาพิจารณานโยบายทางด้าน DRM ของตัวเอง ค่ายเพลงอย่าง EMI เริ่มเลิกใส่ DRM เข้ามาในเพลงที่ขายทางออนไลน์ แม้แต่เจ้าพ่อความบันเทิงดิจิทัลอย่างสตีฟ จ็อบส์ก็ให้สัมภาษณ์ว่าเขายินดีจะเลิกใช้ DRM ในร้าน iTunes ถ้าค่ายเพลงทั้งหมดยินยอม ในประเทศไทยมีรายงานว่าหลังจากเลิกใช้ DRM เพลงของค่ายอาร์เอสขายดีขึ้น 30%

        ช่วงเวลานี้จะเป็นจุดเปลี่ยนทางด้าน DRM ของอุตสาหกรรมดิจิทัลหรือไม่ ทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตจะเป็นคนตัดสินใจ ในมุมมองของผู้ใช้ ถ้าไม่ต้องการให้ใครมาจำกัดสิทธิ์ของเราก็ต้องช่วยกันเรียกร้องไปยังค่ายหนังค่ายเพลงในประเทศ ไม่ให้นำระบบ DRM เข้ามาใช้งานครับ

 


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: